สิงห์ปาร์ค: ธุรกิจสร้างสุขที่ประสบความสำเร็จในไทย

การดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริงด้วยโมเดลของ ‘Social Enterprise’ นั้น บริษัทแม่ต้องอยู่ได้ก่อน สังคมจึงจะพัฒนาต่อได้ กำไรที่กลับคืนสู่สังคมจะไม่ได้อยู่ในรูปของเม็ดเงิน แต่คือระบบที่ก่อให้เกิดชุมชนวิชาชีพ คนในพื้นที่ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ ทั้งหมดคือการพัฒนาที่ใฝ่หาความยั่งยืน เพราะบริษัทแม่ที่เข้าไปช่วยเหลือไม่สามารถอุ้มชูชุมชนไปได้ตลอด

แม้ ‘Social Enterprise’ จะเป็นโมเดลที่ยากเพราะต้อง ใช้เงิน ใช้เวลา และใช้ความตั้งใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางธุรกิจก็ทำแล้วไปได้ดี บางธุรกิจก็ไปไม่ได้ แต่ ‘Singha Park’ นั้นได้ริเริ่มและดำเนินรูปแบบธุรกิจนี้มาได้สักระยะจนเกิดผลเป็นเม็ดเงิน

8,000 ไร่บนเชียงราย กับการตั้งโจทย์ที่ท้าทาย

จุดเริ่มต้นของ ‘Social Enterprise’ ในเชียงรายจังหวัดที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1.2 ล้านคน มีปะปนกันหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวไทยพื้นราบ และชาวไทยภูเขาอีกหลายเผ่า ซึ่งยังมีสัดส่วนของประชากรที่มีความยากจนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย และยังมีการทำเกษตรกรรมในลักษณะไร่เลื่อนลอย รวมถึงเชียงรายยังไม่มีสินค้าหลักอะไรที่เป็นเอกลักษณ์จนสามารถสร้างอิมแพคได้มากพอ

ด้วยเหตุนี้ ‘คุณสันติ ภิรมย์ภักดี’ จึงเกิดความคิดริเริ่มอยากทำบางอย่างกับที่ดินบนพื้นที่ 8,000 ไร่ ในเชียงราย โดยตั้งโจทย์ว่าสิ่งที่ทำต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคม คนเชียงรายต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Singha Park

ในมุมมองการตลาดการสร้างแลนด์มาร์คให้จังหวัดเชียงราย เป็นกลยุทธ์เหมาะเหม็งที่จะทำให้คนจดจำเชียงรายด้วยการ remind ถึงแลนด์มาร์ค เหมือนที่เรานึกถึง หอไอเฟล เวลาเอ่ยถึงกรุงปารีส และแลนด์มาร์คที่เแข็งแรงจะทำให้เชียงรายกลายเป็นอีกหนึ่ง destination สำหรับนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งความได้เปรียบของ Singha Park คือ ความใหญ่ และทิวทัศน์ที่สวยงาม 

เดิม Singha Park เริ่มมาจากการเกษตรแบบผสมผสาน ทำแปลงทดลองค้นคว้าพืชน่าปลูกหลายชนิดในไร่บุญรอด (ชื่อเดิม) เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้นำไปต่อยอดในวิชาชีพของตนเอง รวมถึงมีการจ้างงานคนในพื้นที่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไร่บุญรอด การสร้างรายได้จึงเกิดขึ้นในบ้านเกิด คนในพื้นที่จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางไปแสวงหารายได้ในเมืองหรือต้องไปทำงานไกลบ้าน ซึ่งพัฒนาปรับเปลี่ยนต่อเนื่องมาหลายปีจนเหมาะสมจะเป็นระบบที่เลี้ยงตัวเองได้ 

ในที่สุดจึงเกิดเป็นพื้นฐานของธุรกิจเพื่อสังคม ที่เอาโมเดล Social Enterprise มาเป็นแม่แบบในการพัฒนา ทำให้ Singha Park กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมของจังหวัดเชียงราย คนในพื้นที่ถูกเชื้อเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผ่านการจ้างงาน จนเกิดเป็นชุมชนอาชีพนับพันคนที่ผู้คนมาร่วมพัฒนาบ้านเกิดของตนเองไปพร้อมๆกับการเกื้อหนุนโดยภาคธุรกิจ 

หัวใจสำคัญที่ทำให้แนวคิด ‘Social Enterprise’ แตกต่างคือ ความยั่งยืนอันเกิดจากการลงมือปฏิบัติต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดผล

ที่มา: http://www.marketingoops.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.