ทำไมการพูดเพื่อต่อต้านวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษจึงยากนัก?

เหตุผลหนึ่งที่คนไม่พูดคือ มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะทำเช่นนั้น มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การที่พูดถึงเรื่องที่เป็นพิษในที่ทำงานเป็นความท้าทายอย่างมาก ที่ส่งผลต่อสัมพันธภาพกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และจะส่งผลในทางลบต่อการประเมิน อาจได้ทำงานที่ไม่ถนัด หรือแม้แต่การยกเลิกสัญญา ผู้คนต่างระวังในต้นทุนค่าเสียโอกาสเหล่านั้น จึงนิ่งเงียบต่อความลำเอียง ความไม่ยุติธรรม และการปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้อง

องค์กรควรที่จะส่งสาส์นถึงพนักงานว่า พวกเขาจะได้รับการปกป้องและจะมีความหมายมากหากพวกเขาแชร์คำแนะนำ ความคิดเห็น และข้อกังวลต่างๆ – และใครก็ตามที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตกอยู่ในอันตราย จะได้รับผลที่ตามมาอย่างจริงจัง การทำเช่นนี้ ผู้นำจะช่วยให้ผู้ที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้องได้มีโอกาสพูด (เขียนโดย Francesca Gino)

มีผลการวิจัยยืนยันว่า ความเป็นพิษขององค์กรมักเกิดจากผู้บริหารเป็นพิษ เพราะ ผู้บริหารมีอำนาจ ความเป็นพิษของผู้บริหารจึงส่งผลต่อองค์กรเร็วและร้ายแรง ส่วนความเป็นพิษที่เกิดจากบุคลากรอาจต้องเป็นพิษกันหลายคนหน่อย คือช่วยๆ กันเติมพิษลงไปในองค์กร ก็จะยกระดับความเป็นพิษให้กับองค์กรได้ และรอวันดับ

อาการอย่างไรที่เรียกว่า ผู้บริหารเป็นพิษ เอาแบบใจความสั้นๆ ที่สุดคือ ผู้บริหารหรือเจ้านายที่มีทัศนะคติเป็นลบกับลูกน้อง มองแต่ข้อไม่ดีของลูกน้อง มองเห็นแต่จุดดำ(ไม่ดี)ในภาพพื้นขาว(ดี) ชอบทำร้ายลูกน้อง ค่อนขอด เหน็บ กัด ทำให้ลูกน้องอายหรือดูโง่ต่อหน้าผู้อื่น จองล้างจองผลาญ โจมตีทุกคนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกเวลาสถานที่ โดยมีความเชื่อว่า การกระทำเยี่ยงนี้เป็นการกระตุ้นและจูงใจลูกน้องให้ทำผลงานออกมาดี

อาการอย่างไรที่เรียกว่าบุคลากรเป็นพิษ ง่ายๆ คือ บุคลากรที่มีความเห็นแก่ตัวอย่างรุนแรง ไม่รู้จักการให้ มีทัศนะคติเป็นลบอย่างพร่ำเพรื่อ กับใครหรืออะไรก็ได้ จนเป็นพฤติกรรมประจำตัว เช่น มีทัศนะคติที่เป็นลบกับผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน กับองค์กร กับวัฒนธรรมขององค์กรที่หล่อหลอมกันมา ฯลฯ มีการตั้งป้อมค่ายคูเมืองเหมือนจะทำสงครามกับผู้บริหารและเพื่อนร่วมงา

(ที่มา: http://rt-spark.blogspot.com/2011/05/8-10-workaholic-1-2-9.html?m=1)

มีตัวอย่างหนึ่งในเมืองไทย ผู้นำระดับสูงสุดขององค์กรแห่งหนึ่งเพิ่งข้ามารับตำแหน่ง โดยได้งานสำคัญนี้จากการพรรณนาถึงประสบการณ์อันยิ่งใหญ่จากองค์กรข้ามชาติ แต่ในความเป็นจริงนั้น ท่านอาจด้อยประสบการณ์ในการแก้ปัญหาขององค์กร เพราะท่านเพียงแต่ฟังมาจากคนโน้นทีคนนี้ที แต่ไม่เคยพูดคุยกับพนักงานรายบุคคล และวิเคราะห์แก้ปัญหาด้วยตัวท่านเองเลย

วันหนึ่ง หัวหน้าที่ซื่อสัตย์และรักองค์กรคนหนึ่งเดินเข้าไปหาท่าน เพื่อบอกถึงปัญหาวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ ผู้คนพูดจาหยาบคาย ไม่มีมารยาท พนักงานไม่พูดความจริงปกปิดปัญหา โดยขอคำปรึกษาและหาแนวร่วมจากท่าน ขอการสนับสนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้มีความสุข เช่น การฝึกอบรมพนักงานเพื่อการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น แต่ผู้นำองค์กรสูงสุดท่านนั้นได้บอกกับหัวหน้าคนนั้นว่า คุณไม่ดีเอง เป็นหัวหน้าต้องจัดการได้ทุกอย่าง ถ้าจัดการไม่ได้ก็เป็นทุกข์ต่อไป คุณหางานใหม่ดีกว่า

คุณคิดว่า พนักงานที่รักและทุ่มเทในองค์กรจะอยากพูดถึงเรื่องการพัฒนาอีกต่อไปไหม?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.