หากเชื่อมั่นว่าจะชนะ ก็จะชนะ

ครูเองเกิล ไล่ โธมัส เอดิสัน ออกจากโรงเรียน หลังเข้าเรียนได้เพียง 3 เดือน เพราะเชื่อว่าเอดิสันคงจะเรียนอะไรไม่ได้เรื่อง หลังจากถูกไล่ออก แม่ของเอดิสันสอนหนังสือให้เขาที่บ้าน เธอปลูกเมล็ดพันธ์ุแห่งความเชื่อมั่นลงไปในใจของลูกชาย เอดิสันกลายเป็นนักประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมที่สหรัฐจดสิทธิบัตรในชื่อของเขานับพัน รวมทั้งที่อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนีด้วย

ตอนที่ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1876 คนที่ได้เห็นมันครั้งแรกไม่ค่อยตื่นเต้นมากนัก แต่หลังจากทดลองใช้ ประธานาธิบดีรัทเทอร์ฟอร์ด เฮย์ส ก็พูดขึ้นว่า “ช่างเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มหัศจรรย์มากแต่ใครอยากจะใช้มันล่ะ?”

ปลายทศวรรษ 1930 เฮอร์เบิร์ต เมยส์ บรรณาธิการ Pictorial Review พูดถึงแนวคิดที่จะมีการสร้างภาพยนตร์เรื่อง วิมานลอย จากบทประพันธ์ของมากาเร็ต มิตเชลล์ เมื่อปี ค.ศ. 1936 ว่า “หนังพีเรียดเรอะ! เรื่องสงครามกลางเมือง! ใครจะอยากดูกัน” ซึ่งต่อมาภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลายในยุคนั้น

ในปี ค.ศ. 1939 หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ประกาศอย่างองอาจและเชื่อมั่นว่า “ปัญหาของโทรทัศน์คือการที่คนจะนั่งดูมันโดยไม่ลุกไปไหน ซึ่งสังคมอเมริกันเราไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น”

ต้นทศวรรษที่ 1940 นักประดิษฐ์หนุ่มชื่อ เชสเตอร์ คาร์ลสัน เอาไอเดียของเขาไปเสนอกับบริษัทต่างๆ กว่า 20 บริษัท รวมทั้งบริษัทใหญ่ๆ ด้วย ทุกที่ล้วนปฏิเสธเขาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1947 มีบริษัทเล็กๆ ในโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ค ให้ความสนใจซื้อลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์ของเขา ซึ่งต่อมาไอเดียนั้นพัฒนามาสู่กระบวนการถ่ายเอกสาร และบริษัทเล็กๆ นั้นกลายเป็น Xerox Corporation ที่พวกเรารู้จักกันดีในปัจจุบัน

ในปี ค.ศ. 1944 ผู้อำนวยการบริษัทโมเดลลิ่งบลูบุ๊ก บอกกับนางแบบสาว นอร์มา จีน เบเกอร์ ว่า เธอถ่ายรูปไม่ขึ้นเลย และการคิดจะเป็นนางแบบคงไม่รุ่งแน่ “เธอน่าจะหางานเลขาทำมากกว่านะ” ต่อมา เธอก็เป็นที่รู้จักในนาม มาริลีน มอนโร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1954 ผู้จัดรายการวิทยุ Geand Ole Opry ไล่ เอลวิส เพรสลีย์ ออก หลังจบการแสดงและพูดใส่หน้าเขาว่า “เอ็งไปไหนไม่ได้ไกลหรอก ไอ้หนู กลับไปขับรถบรรทุกอย่างเดิมเถอะ”

ในปี ค.ศ. 1962 เด็กหนุ่มท่าทางประหม่าตื่นเวที 4 คนไปขออดิชั่นกับผู้บริหารบริษัทบันทึกเสียง Decca เขาไม่ประทับใจการแสดงของเด็กหนุ่มทั้งสี่คน ตอนที่ปฏิเสธเด็กหนุ่มกลุ่มนั้น ผู้บริหารคนหนึ่งพูดว่า “ผมไม่ชอบแนวเพลงของเขาเลย และวงดนตรีที่เล่นกีตาร์เป็นกลุ่มแบบนี้ มันหมดสมัยแล้ว” วงดนตรีกลุ่มนั้น ชื่อ เดอะ บีทเทิลส์

เฟรด สมิธ ผู้ก่อตั้ง FedEx ได้เสนอแนวคิด HUB & SPOKE โครงการเรื่องการส่งพัสดุในวันเดียว ในภาคนิพนธ์ของเขาตอนเป็นนักศึกษาที่เยล ซึ่งอาจารย์ของเขาแทบจะไม่สนใจมันเลย และมองว่าแนวคิดซึ่งดูสุดโต่งนี้ เป็นไปไม่ได้ ซึ่งอีกหลายปีต่อมา สมิธ ได้เปิดบริษัทและต้องเผชิญอุปสรรคมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะกฏระเบียบของรัฐบาลที่มีความซับซ้อนเกี่ยวกับการขนส่งข้ามรัฐในขณะนั้น (ช่วงทศวรรษที่ 1970) ซึ่งทำให้การขายไอเดียที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ให้กับบริษัทระดมทุนและตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีตทำได้ยากยิ่ง สมิธเชื่อมั่นในไอเดียและความสามารถของเขา จึงเพิกเฉยต่อคำวิจารณ์โครงการของเขาในทางลบ ปัจจุบันรายรับประจำปีของเฟดเอ็กซ์มีจำนวนประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 220,000 คนทั่วโลก อีกทั้งได้รับการขนานนามว่า เป็นการขนส่งที่รวดเร็วและเชื่อถือได้

คุณสามารถที่จะสร้างเรื่องราวอันอบอุ่นใจและน่าภาคภูมิของตนเองได้เช่นกัน จงเพิกเฉยต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกคิดลบ อย่าปล่อยให้พวกเขามาชักจูงให้คุณหยุดไล่ตามความฝันและเลิกล้มการไปสู่เป้าหมาย และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปโต้แย้งกับคนเหล่านี้ ทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คนพวกนี้เงียบเสียง คือพิสูจน์ว่าเขาคิดผิด ด้วยการประสบความสำเร็จให้เขาเห็น

ที่มา: Outswimming the Sharks by J.H. Hyun

ภาพ: circuit.entergy.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.