23 หลักการทรงงาน

23 หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

1. ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ – จากข้อมูลเบื้องต้น เอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง

2. ระเบิดจากข้างใน – ประชุมกับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือคนในทีมก่อน เพื่อให้ทราบเป้าหมายและวิธีการทำให้เกิดความเข้าใจและอยากทำ

3. แก้ปัญหาจากจุดเล็ก – มองไปที่เป้าหมายใหญ่ของงานแต่ละชิ้น แล้วเริ่มลงมือทำจากจุดเล็กๆ ก่อน ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แก้ไปทีละจุด งานแต่ละชิ้นก็จะลุล่วงไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

4. ทำตามลำดับขั้น – เริ่มต้นลงมือทำในสิ่งที่จำเป็นก่อน เมื่อสำเร็จแล้วก็เริ่มลงมือสิ่งที่จำเป็นลำดับต่อไปด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง

5. ภูมิสังคม – การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้น เช่น ดิน น้ำ ป่า เขา และสังคมวิทยา เกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของผู้คนตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่น

6. องค์รวม – มองสิ่งต่างๆ ที่เกิดอย่างเป็นระบบครบวงจร ทุกสิ่งทุกอย่างมีมิติเชื่อมต่อกัน มองสิ่งที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง

7. ไม่ติดตำรา – เมื่อเราจะทำการใด ควรทำงานอย่างยืดหยุ่นกับสภาพและสถานการณ์นั้นๆ ไม่ใช่ยึดติดอยู่แค่ในตำราวิชาการ ทฤษฎี จนทำอะไรไม่ได้เลย

8. ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด – หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด โดยเป็นสิ่งที่ราษฎรสามารถทำเองได้ หาได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้นมาแก้ไข ปรับปรุง โดยไม่ต้องลงทุนสูง หรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากมากนัก

9. ทำให้ง่าย – ทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แก้ปัญหาด้วยการใช้กฏธรรมชาติเป็นแนวทาง สอดคล้องกับสุขความเป็นอยู่ของประชาชน

10. การมีส่วนร่วม – ระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย หรือ “ประชาพิจารณ์” มาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบผลสำเร็จที่สมบูรณ์

11. ประโยชน์ส่วนรวม – การให้เพื่อส่วนรวม เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีสังคมที่จะอาศัยอยู่ได้

12. บริการที่จุดเดียว – รูปแบบบริการที่เบ็ดเสร็จ เพื่อประชาชนที่จะมาใช้บริการได้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

13. ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ – หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ปัญหาป่าเสื่อมโทรม การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ

14. ใช้อธรรมปราบอธรรม – การนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติมาเป็นหลักการและแนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงสภาวะที่ไม่ปกติให้เข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การบำบัดน้ำเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ

15. ปลูกป่าในใจคน – การกระทำการใดสำเร็จต้องปลูกจิตสำนึกของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์กับสิ่งที่จะทำ

16. ขาดทุนคือกำไร – “การให้” และ “การเสียสละ” เป็นการกระทำอันมีผลเป็นกำไร คือ ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร

17. การพึ่งตนเอง – แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้ดำรงชีวิตได้ต่อไป จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือ การพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อม และสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด

18. พออยู่พอกิน – ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีความยากลำบากให้สามารถอยู่ได้อย่าง “พออยู่พอกิน” เสียก่อน แล้วจึงค่อยขยับขยายให้มีขีดสมรรถนะที่ก้าวหน้าต่อไป

19. เศรษฐกิจพอเพียง – การดำเนินชีวิตไปบน “ทางสายกลาง” เพื่อสร้างความเข้มแข็งหรือภูมิคุ้มกันทุกด้าน ซึ่งจะสามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคงในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง

20. ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกัน – ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มีความรู้มาก แต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ

21. ทำงานอย่างมีความสุข – “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น”

22. ความเพียร – การเริ่มต้นทำงานหรือทำสิ่งใดนั้นอาจจะไม่ได้มีความพร้อม ต้องอาศัยความอดทนและความมุ่งมั่น

23. รู้-รัก-สามัคคี – รู้ คือ การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีแก้ปัญหา รัก คือ เห็นคุณค่า เกิดศรัทธา เกิดความรักที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ปัญหานั้นๆ สามัคคี คือ เมื่อถึงขั้นลงมือปฏิบัติต้องคำนึงเสมอว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน สามัคคีกันเป็นหมู่คณะ จึงจะเกิดพลังในการแก้ปัญหาให้ลุล่วงด้วย

ที่มา: ดร. กิตติพงษ์ เกิดฤทธิ์